เรียกว่าเปิดทางให้คู่จิ้นทุกคู่ในวงการได้มาเปิดใจกันเลยทีเดียว กับคู่นี้ “อ.เชน” จตุพล ชมภูนิช และ “ครูอ้วน” มณีนุช เสมรสุต ที่ล่าสุด ควงคู่เผยความในใจทั้งหมดในรายการคุยแซ่บ Show แล้วตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสถานะอะไรกันแน่

อ.เชน บอกว่า เริ่มจิ้นกับ ครูอ้วน ตั้งแต่เห็น ครูอ้วน ในทีวีแล้ว แล้วก็เห็นตัวจริงในรายการ จริง ๆ ไปเรียนร้องเพลงกับเขามาก่อนสมัยที่โรงเรียนเขายังไม่ค่อยเจริญ ช่วงนั้นเรียนที่บ้าน แต่ตอนนี้สาขาเพียบ ครูอ้วน ก็มาสอนบ้าง สอนวิธีการหายใจ

อ.เชน บอกต่อว่า ตอนนั้นยังเป็นแค่ลูกศิษย์กับอาจารย์ แต่ว่าการที่ลูกศิษย์จะหลงรักอาจารย์มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ครูเขาก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง มันนานมาแล้ว เขาก็ยังมองโลกไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ผมมีใจมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่เราสนิทสนมกัน เจอตัวกันจริง ๆ ตั้งแต่อยู่ในรายการ ไปคอมเม้นต์ด้วยกัน

กับประเด็นที่ ถ้า อ.เชน มาจีบจะโอเคไหม ครูอ้วน บอกว่า การตั้งใจจีบจริง ๆ เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากเลย แล้วมันจะต้องมีอนาคต ซึ่ง อ้วน กับ อ.เชน มองอนาคตกันไม่ออกเลย เพราะจริง ๆ แค่เริ่มต้นมันก็ไม่ได้แล้ว เขาเป็นลูกคนเดียว อ้วน เป็นลูกคนสุดท้อง ลูกคนเดียวจะถูกตามใจมาขนาดไหน แล้วลูกคนสุดท้องจะเป็นประมาณไหน เพราะฉะนั้นเบื้องหลังกล้องมีความจิ้นเยอะมาก

เมื่อถามถึงว่า ทั้งคู่เป็นสเปกของกันและกันไหม ครูอ้วน บอกว่า มันเป็นความฝันของคนทุกคนนะว่าจะมีผู้ชายที่เป็นผู้นำ เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ พูดเพราะ เอาใจ ดูแล ตลก อ.เชน ไม่ใช่เลย แต่ภายนอก อ.เชน เป็นแบบนั้นทุกอย่าง

ทางฝั่ง อ.เชน บอกว่า ครูอ้วน เป็นคนที่มีมาตรฐานชัดเจน รูปแบบการใช้ชีวิต อนาคต เขาจะมีเป๊ะ ๆ หมด แล้วเขาไม่เคยเปลี่ยนด้วย เพราะถ้าเขาอยู่ตรงนี้แล้วผมอยู่ตรงนี้ ผมก็คงไม่ได้ขึ้นไปหาเขาหรอก ถ้าเขาลดระดับว่าเป็นใครก็ได้แค่เป็นผู้ชายก็พอแล้ว ผมน่าจะติดอันดับอยู่ ตอนนี้ ครูอ้วน โสด

ครูอ้วน เชื่อในความรัก ความรักเป็นสิ่งที่มีพลังมาก ๆ เพราะฉะนั้นไม่เคยปิดกั้นความรักเลย แต่กลัวในสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ที่สวยงามในวันนี้ แล้วอนาคตมันจะไม่สวยงามแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราอยากจะเก็บวันแบบนี้เอาไว้ให้นาน ๆ ที่สุด

อ.เชน คือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงาน มันเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้นพอมันเป็นเรื่องส่วนตัวมันไม่จำเป็นต้องมาพูดอะไรต่อหน้าคน ผมพูดออกมาได้เลยโดยไม่ต้องมานั่งแต่งข้อความ ผมรู้สึกดีกับ ครูอ้วน มาตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ได้เจอแล้ว

จนกระทั่งตอนนี้ทุกอย่างมันก็ยังคงเหมือนเดิม อาจจะเพราะเรารักษาระยะความห่างเอาไว้ มีปฏิสัมพันธ์กันในบางช่วงเวลาบ้าง มันไม่ถึงกับจะมาใกล้กันจนมากระทบกัน พอมันมีช่องว่างระหว่างกันมันก็มีช่องว่างแห่งความคิดถึงมาอยู่ตรงกลางได้